Frontend and Backend Developer คืออะไร ต่างกันอย่างไร



Frontend and Backend Developer เป็นการแยกส่วนงานความรับผิดชอบบน client-side และ server-side ซึ่งซอฟต์แวร์จะทำงานสำเร็จต้องอาศัยการทำงานทั้งสองส่วน เปรียบได้กับรถยนต์ เราจะมอง Frontend เป็นรูปลักษณ์ที่สามารถสัมผัสได้เช่น สี ล้อแมก ไฟต่างๆของรถ ประตู พวงมาลัย คอนโซลรถ เป็นซึ่งเราจะสามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้ ซึ่งตรงข้ามกับ Backend ที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามันสามารถทำงานได้เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เป็นต้น 

Frontend คืออะไร
     Frontend Developer จะรับผิดชอบงานในส่วนของ client-side เป็นส่วนที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน ที่อยู่บนเว็บไซต์หรือ Application ต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับระบบอย่างสะดวกสบายเช่น สีบนหน้าเว็บ ปุ่มแสดงผล ข้อความ รูปภาพ Link การแสดงผลต่างๆ ภาษาที่ใช้พัฒนาได้แก่ HTML,CSS, React, Node.js, Bootstrap และ JavaScript งานในส่วนของ Frontend จะเป็นงาน Design การออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบได้ดี คุณสมบัติของ Frontend Developer ควรมีดังนี้
  • ออกแบบและพัฒนาหน้าเว็บให้ผู้ใช้งานเกิดประสบการณ์ที่ดีระหว่างใช้งาน(user experience)
  • พัฒนา Application ให้รองรับการทำงานต่าง Browser ต่างขนาด และพัฒนาได้ทั้ง Web และ Mobile
  • สามารถออกแบบหน้าเว็บได้ตาม Requirement ที่ได้มา
  • มีความรู้เรื่อง Responsive และ Grid Layout
  • สามารถวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพ Performance ของเว็บไซต์ได้
  • สามารถทำงานร่วมกับ Backend ได้ในการ Integration ข้อมูลต่างๆที่จะแสดงบนหน้าเว็บ
  • มีความรู้ด้าน UX/UI Design
  • มีความรู้ด้าน SEO

Backend คืออะไร
     Backend Developer จะรับผิดชอบงานในส่วนของ server-side ส่วนที่เป็น Logic ของโปรแกรม การออกแบบข้อมูลและการจัดการข้อมูลของระบบ การออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ ภาษาที่ใช้พัฒนาเช่น Python, Java, C#, PHP, Ruby เป็นต้น งานในส่วนของ Backend ต้องมีการเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา เพราะมักมีเทคโนโลยีใหม่ๆหรือมีการ update ซอฟต์แวร์ต่างๆอยู่ประจำ มี logic การคิดที่ดีเพื่อให้ในการออกแบบและแก้ปัญหาในวิธีการทำงานได้ คุณสมบัติของ Backend Developer ควรมีดังนี้
  • สามารถออกแบบและพัฒนา API ได้
  • สามารถออกแบบและสร้าง Database ได้ เช่น MySQL, Oracle DB, Kafka, MongoDB, Redis และ ElasticSearch
  • มีความรู้เกี่ยวกับ Git และ Source Code Management Tools
  • มีความรู้เกี่ยวกับ Object-Oriented Programming
  • มีความรู้เกี่ยวกับ Microservice architecture
  • ดูแลและพัฒนา Source Code ให้มีคุณภาพอยู่เสมอ
  • เข้าใจและสามารถใช้งาน cloud services อย่าง Microsoft Azure หรือ AWS ได้
  • สามารถเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาได้เมื่อซอฟต์แวร์มี Defects
  • มีทักษะในการแก้ปัญหา
  • ควรมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับดีโดยเฉพาะการอ่านและเขียน

เทคโนโลยีที่ Frontend ใช้พัฒนาซอฟต์แวร์
  • HTML เป็นภาษาพื้นฐานใช้ในการสร้างเว็บไซต์ให้แสดงผลบน Browser
  • CSS ใช้งานร่วมกับ HTML ใช้ในการกำหนด สี Layouts ต่างๆบนเว็บ
  • JavaScript เป็นภาษาที่ใช้รองรับการโต้ตอบระหว่างเว็บไซต์กับผู้ใช้งาน
เทคโนโลยีที่ Backend ใช้พัฒนาซอฟต์แวร์
    • Server เป็นคอมพิวเตอร์หลักทำหน้าที่จัดการคอมพิวเตอร์อื่นๆที่เป็นลูกข่าย ควรมีความรู้ด้าน Linux ในการจัดการ Server โดย Server นั้นสามารถมีบริการหลายรูปแบบเช่น Web server, Mail server, DNS server, Database server และ Cloud Server เป็นต้น โดยเฉพาะ Cloud Server ได้รับความนิยมอย่างโดยเพราะมีความปลอดภัยและง่ายต่อการบริหารจัดการทั้ง Microsoft Azure, Google Cloud, หรือ AWS
    • Database คือฐานข้อมูลหรือข้อมูลจากแหล่งต่างๆที่เก็บรวบรวมไว้แบบมีความสัมพันธ์กัน โดย Backend ควรมีความรู้ด้านการออกแบบฐานข้อมูลและการจัดการฐานข้อมูล DBMS (Database Management System) นอกจากนั้นควรมีความรู้ใน Database ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายอย่าง MySQL, MongoDB, Oracle, SQLServer และ Radis เป็นต้น
    • Programming Language เป็นภาษาหรือชุดคำสั่งที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ปัจจุบันภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเช่น
      • PHP
      • C++
      • Java
      • Python
      • Node.js
      • SASS
    • API(Application Programming Interface) คือการทำให้ระบบสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยผ่านตัวกลางจาก API ที่กำหนด ซึ่ง Backend เองควรมีความรู้เกี่ยวกับ REST และ SOAP API
    Frontend VS Backend | งาน VS เงินเดือน
         ภาษาที่ Frontend และ Backend ที่ใช้นั้นก็จะแตกต่างกันเพราะแต่ละภาษาถูกออกแบบมาอยู่แล้วว่าจะทำงานที่ฝั่ง Frontend หรือ Backend แต่สำหรับ Backend นั้นนอกจากการเขียนโปรแกรมแล้วต้องมีความรู้เรื่อง Database, Server หรือ API ด้วย งาน Frontend ส่วนใหญ่จะสนใจการใช้งานในมุมมองลูกค้าเป็นหลักแต่งานส่วนของ Backend นั้นจะสนใจส่วนของ Logic และ Algorithms ต่างๆของโปรแกรม โดยทั่วไปแล้วเงินเดือนของ Backend นั้นจะมากกว่าฝั่ง Frontend อยู่ประมาณ 20% เนื่องจากงาน Backend ใช้ความสามารถที่หลากหลายกว่าของ Frontend


    ป้ายกำกับ

    แสดงเพิ่มเติม

    บทความยอดนิยม

    Software Development Life Cycle (SDLC) คืออะไร ทำไมจำเป็นต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์

    Automation testing หรือ การทดสอบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อการทดสอบซอฟต์แวร์

    วิธีเก็บ วิเคราะห์ รวบรวม requirement อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

    ม.ปลายอยากเข้าสายคอม วิทยาการคอม วิศวกรรมคอม เตรียมตัวอย่างไร ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง

    Performance Test คือ อะไร วัดประสิทธิภาพของระบบ ล่มไม่ล่ม จะรู้ได้อย่างไร

    ถอดรหัสความลับเครื่อง Enigma จุดเริ่มต้นและจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2

    8 สิ่งที่ AI จะมาเปลี่ยนโลกในอนาคต

    วิเคราะห์เทรน แนวโน้มของเทคโนโลยีด้วย Gartner Hype Cycle

    Fibonacci ความลับของตัวเลขทางคณิตศาสตร์สู่เครื่องมือวิเคราะห์หุ้น