ม.ปลายอยากเข้าสายคอม วิทยาการคอม วิศวกรรมคอม เตรียมตัวอย่างไร ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง



      สำหรับใครคนไหนที่อยู่ ม.ปลายและสนใจอยากเรียนในสายคอม วิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือสาขาอื่นๆที่ใกล้เคียงในบทความนี้จะเป็นการแนะนำว่าในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ใช้ความสามารถอะไรบ้าง เช่น ในสาขาวิชานี้จะต้องเขียนโปรแกรมแต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเขียนได้ไหม เรียนไม่เก่ง เกรดไม่ดีจะเรียนคอมได้ไหม ก่อนจะเรียนต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง ในบทความนี้จะอธิบายเพื่อให้เราเตรียมตัวที่จะเข้าเรียนได้ง่ายและสนุกกับการเรียนในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นี้

หลักสูตรที่โรงเรียนบอกได้หรือไม่ว่าเหมาะที่จะเรียนในสายคอมพิวเตอร์หรือไม่
     ในหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนที่มีอยู่ในตอนนี้นั้นไม่วัดถึงความถนัดตัวเราเองว่าเหมาะที่จะเป็นนักคอมพิวเตอร์ไหม ในชีวิตจริงบางคนเป็นนักคอมพิวเตอร์เพราะชื่นชอบในสายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี บางคนเป็นนักคอมพิวเตอร์ได้ทั้งๆที่ไม่มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ บางคนเป็นนักคอมพิวเตอร์ได้ทั้งๆที่ไม่ได้จบเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย บางคนเป็นนักคอมพิวเตอร์ได้เพราะเกิดจากการเล่มเกม เป็นต้น แม้กระทั่งในชีวิตจริงยังไม่มีตัวชี้วัดไหนที่จะชี้วัดว่าการจะเป็นนักคอมพิวเตอร์ต้องจบอะไรทำอะไรมาก่อน สิ่งสำคัญของนักคอมพิวเตอร์ได้นั้นคือต้องชอบและมีใจรักในสายคอมพิวเตอร์
     สำหรับน้อง ม.ปลายเองก็คงหาคำตอบนี้ลำบากเช่นกัน การหาคำตอบจากการพูดคุย บอกเล่าประสอบการณ์ตามห้องแนะแนวจากรุ่นพี่ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราชอบอะไรและควรจะถามจากคนที่มีความชอบคล้ายๆกันเรา แต่หลายคนก็อาจจะไม่รู้และไม่เข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย บางคนอาจจะเลือกคณะที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไปเช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าคุณสมบัติของการเป็นนักคอมพิวเตอร์นั้นควรจะเป็นอย่างไร และเราเองมีพื้นฐานหรือไม่ ในบทความนี้อยากจะอธิบายถึงคนที่จะตัดสินใจเลือกเรียนในสายคอมพิวเตอร์ เพื่อจะได้ทราบว่าตัวเราเองนั้นควรมีพื้นฐานอะไรบ้าง สายคอมพิวเตอร์เรียนอะไร เราจะเหมาะกับการเรียนคอมพิวเตอร์ไหม

ไม่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์มาก่อนจะเรียนได้ไหม
     บางคนอาจมีคำถามว่าหากไม่มีความรู้พื้นฐานเลยและก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองสนใจในสายคอมพิวเตอร์จริงหรือไม่ซึ่งสามารถหาคำตอบได้จากเนื้อหาหรือบทเรียนที่ไม่ไกลตัวจากที่โรงเรียน เพราะการจะเรียนคอมพิวเตอร์ได้นั้นจะเน้นการใช้ตรรกะและเหตุผลเป็นอย่างมากซึ่งวิชาที่ควรทำได้ดีคือวิชาคอมพิวเตอร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะบทเหล่านี้จะเป็นบทที่เป็นพื้นฐานในการเรียนคอมพิวเตอร์ได้ดีคือ
  • เซต
  • การให้เหตุผล
  • ตรรกศาสตร์
  • ลำดับและอนุกรม
  • ความน่าจะเป็น
  • สถิติและข้อมูล
  • แคลคูลัส
     นอกจากวิชาคณิตศาสตร์ที่ควรจะทำได้ดีแล้วอีกวิชาหนึ่งที่ควรจะทำได้ดีตามมาคือภาษาอังกฤษ เนื่องจากว่าหลักสูตรของวิทยาคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์นั้นล้วนจะใช้หนังสือหรือเอกสารอ้างอิงจากต่างประเทศซึ่งล้วนแล้วเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น สำหรับใคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษหากฝึกฝนไปแล้วก็ไม่เป็นปัญหาเพราะศัพท์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นศัพท์คอมพิวเตอร์อยู่แล้วยิ่งใช้ไปมากๆจะเกิดความคุ้นชินมากขึ้น แต่หากใครไม่ชอบภาษาอังกฤษเลยก็ต้องพยายามมากขึ้น ดังนั้นใครถนัดและชอบสามวิชานี้อยู่แล้วถือเป็นพื้นฐานที่ดีที่จะเรียนในสายคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี

ควรเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนเรียนสายคอม
1. การเขียนโปรแกรม วิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานของนักคอมพิวเตอร์เลยทีเดียวควรหมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมให้มาก สามารถศึกษาได้จากหนังสือ ดู VOD เป็นต้น ซึ่งภาษาที่ใช้เบื้องต้นเช่น ภาษา C,PHP, JAVA, Python เป็นต้น 
2. ภาษาอังกฤษ หากใครไม่เก่งภาษาอังกฤษควรศึกษาหรือเรียนเพิ่มเติมทั้งด้าน ฟัง พูด อ่าน เขียน 
3. เขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ บางโรงเรียนมีหลักสูตรเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์เป็นวิชาเลือกซึ่งหากมีโอกาสก็ควรเลือกเรียนวิชานี้ หรือโรงเรียนไหนไม่มีก็สามารถซื้อหนังสือหรือชุดคิทมาศึกษาเพิ่มเติมได้
4. ค่ายวิชาการคอมพิวเตอร์ ในหลายมหาวิทยาลัยมักจะจัดค่ายวิชาการด้านคอมพิวเตอร์ การไปร่วมค่ายนั้นทำให้ได้เปิดโลกของคอมพิวเตอร์และเข้าใจในศาสตร์ของคอมพิวเตอร์มากขึ้น
5. หมั่นศึกษาและติดตามเทคโนโลยีอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้นมีค่อนข้างบ่อยซึ่งการจะเป็นนักคอมพิวเตอร์จะต้องคอยติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อนำมาประยุกต์กับงานที่ทำ

เรียนคอมยากไหม?
     สำหรับการเป็นนักคอมพิวเตอร์ที่ดีแล้วนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องยากเพราะก่อนจะเขียนโปรแกรมได้ต้องเข้าใจโจทย์ เข้าใจปัญหา จากนั้นก็ต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยตรรกะแล้วเขียนเป็นโปรแกรมออกมาเพื่อใช้งาน การจะเรียนคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนก็ตามอยากจะให้ลองกลับไปอ่านหัวข้อที่จะเตรียมตัวก่อนและลองศึกษาดูก่อนว่าเราชอบไหม ไม่ว่าจะเป็นสายวิทย์-คณิต สายศิลป์ หรือสายอาชีพหากเรามีความชอบแล้วก็ย่อมมีความมุ่งมั้นที่จะฝ่าฟันมันไปได้ บางคนมีความชอบอยู่แล้วแต่อาจจะเรียนไม่เก่งซึ่งนั้นไม่ใช่ปัญหาเพียงแต่มีความพยายามและขยันมากหน่อยก็จะสามารถเรียนได้อย่างสบาย

สาขาวิชาของคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างและแต่และสาขาแตกต่างกันอย่างไร
1. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขานี้จะใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หลักการของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเป็นหลักจะเน้นการออกแบบ เพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันหรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆออกมา สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จะต้องมีความรู้ด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และคอมพิวเตอร์ Network 
2. วิทยาการคอมพิวเตอร์ สาขานี้จะเน้นใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับทฤษฏีเข้ามาประยุกต์และยังใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์เข้ามาพัฒนาซอฟต์แวร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จะต้องมีความรู้ด้าน ซอฟต์แวร์และการสื่อสารข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย
3. วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นสาขาที่ใช้ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ทฤษฏีด้านการออกแบบซอฟต์แวร์เข้าประยุกต์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ สาขาวิชานี้เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ของหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมีคุณภาพ
4. เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาจะเน้นให้มีความรู้ ความเข้าใจในสถาปัตยกรรมของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์
5. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ  สาขานี้จะเน้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์สารสนเทศและนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจ เช่น บัญชี การตลาด กฏหมาย เป็นต้น


ลักษณะความสัมพันธ์ของสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์

     

ป้ายกำกับ

แสดงเพิ่มเติม

บทความยอดนิยม

Automation testing หรือ การทดสอบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อการทดสอบซอฟต์แวร์

วิธีเก็บ วิเคราะห์ รวบรวม requirement อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

Software Development Life Cycle (SDLC) คืออะไร ทำไมจำเป็นต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์

Performance Test คือ อะไร วัดประสิทธิภาพของระบบ ล่มไม่ล่ม จะรู้ได้อย่างไร

ถอดรหัสความลับเครื่อง Enigma จุดเริ่มต้นและจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2

วิเคราะห์เทรน แนวโน้มของเทคโนโลยีด้วย Gartner Hype Cycle

Data Privacy คืออะไร ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นสำคัญขนาดไหน

Formal verification การหาข้อผิดพลาด การทดสอบ การทวนสอบ ขั้นสูง

Fibonacci ความลับของตัวเลขทางคณิตศาสตร์สู่เครื่องมือวิเคราะห์หุ้น