วิกฤตฟองสบู่ดอทคอม(Dot Com Crisis) ต้นเหตุจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี


เริ่มต้นมาจากช่วงปี 1995 - 2000 เริ่มมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า อินเทอร์เน็ต, E-commerce และเทคโนโลยีอื่นๆที่มีการเปลี่ยนจากระบบ Analog เป็น Digital ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตระบบ Dial-up Modem ความเร็ว 56K มันสามารถที่จะติดต่อสื่อสารได้แบบ Globalization คือสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วจากทุกมุมโลก เป็นที่น่าตื่นเต้นในยุคนั้น ทำให้ในช่วงนั้นเองมีการเปิดตัวเว็บไซต์(WWW) เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันจากปี 1984 ถึง 2000 ในสหรัฐอเมริกาเองพบผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์แบบ PC ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 51% เลยทีเดียว จากเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนเริ่มหันมาลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะ NASDAQ มากขึ้น หลายบริษัทเริ่มมีการลงทุนเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีจึงได้รับความนิยมอย่างมากและเชื่อว่าหุ้นเหล่านั้นจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ บริษัทต่างๆเริ่มเปิด IPO เทรดในตลาด NASDAQ ทำให้ดัชนีเริ่มปรับตัวสูงขึ้น

ผู้คนสนใจลงทุนและใช้งานอินเทอร์เน็ตมากอย่างมาก ตัวอย่างเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Ebay และ Amazon ก็เกิดขึ้นและเป็นที่นิยมในยุคนั้น บริษัทเทคโนโลยีต่างๆเกิดการลงทุนอย่างมากเช่น การซื้อกิจการ การขยายกิจการ การโฆษณาชวนเชื่อ การขยายสำนักงาน ขึ้นเงินเดือนพนักงาน ปาร์ตี้บริษัท เป็นต้น ตอนนั้นนักลงทุนยังไม่ให้ความสนใจถึงจำนวนคนที่ใช้ระบบว่ามีมากหรือน้อย ยังไม่ให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัทซักเท่าไหร่เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้นจะเป็นสิ่งที่สดใสและเติบโตได้แน่นอน  ทำให้ดัชนี NASDAQ ปรับขึ้นจาก 1,000 จุด ไปถึง 5,000 จุดหรือราวๆ 529% ภายในระยะเวลาแค่ 5 ปี มี P/E ราวๆ 200 เท่า ขณะเดียวกันหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เข้า IPO ณ วันแรกของการซื้อขาย สามารถทำกำไรให้กับนักลงทุนราวๆ 89% เลยทีเดียว

ความผิดปกติเริ่มเกิดขึ้น เทคโนโลยีทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี การลงทุนก็สดใสแต่เริ่มเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์นั้นคือ ปัญหาปี ค.ศ.2000 หรือปัญหา Y2K คือในวันสิ้นปีของวันที่ 31 ธันวาคม 1999 พอเปลี่ยนวันแทนที่จะเป็น 1 มกราคม 2000 แต่ระบบกลับคำนวณให้เป็น 1 มกราคม 1900 สาเหตุเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ตอนนั้นจะเก็บข้อมูลเพียง 2 หลัก(คอมพิวเตอร์ยุคนั้นเก็บข้อมูลได้จำกัด)เช่นปี 1999 จะเก็บเพียงเลข 99 และจะคงเลข 19 ไว้เสมอ พอเปลี่ยน ค.ศ. ทำให้ระบบทำงานผิดพลาดจากเลข 2 หลักด้านหน้าที่คงไว้คือ 19 และจาก 99 เปลี่ยนเป็น 00 ทำให้ระบบคำนวณออกมาเป็น 1900 จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากในหลายแวดวงธุรกิจเช่น บัญชีธนาคารล๊อกเข้าไม่ได้เพราะแจ้งว่าเรายังไม่เกิด ระบบสาธารณูปโภคอย่าง ไฟฟ้า โทรศัพท์ หยุดทำงาน เที่ยวบินต่างๆหยุดบินเพราะตารางเที่ยวบินถูกคำนวณย้อนหลัง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่นเกิดการรั่วไหลเพราะระบบตรวจสอบหยุดทำงาน เป็นต้น แต่ปัญหาต่างๆก็เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่นานมากเพราะมีการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้คนเริ่มกลัวและเริ่มมีความกังวลต่อเทคโนโลยี
     ความผิดปกติยังไม่หมด เมื่อประเทศญี่ปุ่นประกาศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ซึ่งเป็นที่น่าตกใจอย่างมากเพราะญี่ปุ่นเองเป็นประเทศที่พัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าข่าวดังกล่าวเป็นสิ่งที่อ่อนไหวต่อตลาดหุ้นเป็นอย่างมากและหุ้นใน NASDAQ ก็เริ่มตกลง

ฝันร้ายก็มาถึง ในปี 2000 เมื่อบริษัทต่างๆใช้เงินลงทุนแต่กลับไม่มีกำไร คนสนใจแต่อนาคตแต่ไม่ได้สนใจกำไรและพื้นฐานของบริษัท การโฆษณาชวนเชื่อที่มากเกินไป ประกอบกับความต้องการของผู้คนที่จะใช้อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่มากพอ การฉ้อโกงต่างๆก็เกิดขึ้น ทำให้ดัชนี NASDAQ ตกจาก 5,000 กว่าจุดไปเหลือ 1,114 ในปี 2002 ทำให้นักลงทุนขาดทุนอย่างหนัก บริษัทต้องแบกรับภาระที่สูงขึ้นเพราะไม่มีผลกำไรจริงและดอกเบี้ยธนาคารอยู่ราวๆ 5-6.5% บางบริษัทเริ่ม Lay Off พนักงานจำนวนมากโดยเฉพาะงานด้าน IT หลายบริษัทก็ต้องปิดกิจการลง นักลงทุนขาดทุนจากตลาดหุ้นอย่างมหาศาล 

บทเรียนหลังวิกฤตดอทคอม หลังเกิดวิกฤตทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำให้ได้บทเรียนว่าบริษัทต่างๆถ้าไม่มี Business Model ที่ชัดเจนหวังแต่การโฆษณาเพื่อจะดึงเงินจากนักลงทุน การที่ระบบไม่ได้มีคนใช้งานจริงๆหรือใช้งานน้อยทำให้ผลประกอบการไม่ดีนัก จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นักลงทุนได้แนวคิดว่าการที่บริษัทเกิดใหม่จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นจะสนใจที่พื้นฐานของบริษัทเป็นหลัก

ป้ายกำกับ

แสดงเพิ่มเติม

บทความยอดนิยม