รู้จักรหัสมอร์ส (Morse code) การสื่อสารที่ใช้ได้จริง ไม่ได้มีแต่ในหนัง

รหัสมอร์ส (Morse code) เป็นรูปแบบการสื่อสารแบบหนึ่งที่มีมาตั้งแต่ปี 1830 ซึ่งแตกต่างจากระบบการสื่อสารแบบปัจจุบันไปอย่างมากจนแทบไม่รู้จักเลยว่ามีระบบสื่อสารแบบนี้อยู่ด้วยหรือ แต่หลายคนคงเคยได้ยินรหัสมอร์สมาจากหนังเช่น เสียงเคาะ แสงไฟ เป็นต้น ปัจจุบันรหัสมอร์สยังคงถูกนำไปใช้ในหลายหน่วยงานเช่น สายข่าว การทหาร หรือกรณีขอความช่วยเหลือ เพราะเป็นภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจ เพียงผู้ส่งสัญญาณให้สัญญาณใดๆเช่น กรณีเกิดตึกถล่มติดอยู่ในอาคารแล้วต้องการความช่วยเหลือ การตะโกนอาจจะไม่ทำให้คนข้างนอกได้ยินแต่การให้เสียงผ่านตัวกลางของแข็งอย่างการเคาะเป็นจังหวะของรหัสมอร์สน่าจะมีเสียงดังกว่า โดยเราบอกความต้องการ ระบุตำแหน่ง ผ่านจังหวะเป็นรหัสมอร์สเพื่อให้คนรับสารสามารถเข้าใจและช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์เรือ TITANIC ล่ม ก่อนที่เรือจะจมได้มีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดยใช้รหัสมอร์ส ทำให้เรือที่อยู่รอบข้างเข้ามาช่วยเหลือได้ ทำให้ช่วยชีวิตได้หลายร้อยคน

ที่มาของรหัสมอร์ส

     รหัสมอร์สถูกคิดในปี ค.ศ. 1830 โดยซามูเอล เอฟ. บี. มอร์ส (Samuel Finley Breese Morse) เป็นนักวาดภาพและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน และผู้ช่วยของเขา อัลเฟรต เวล (Alfred Lewis Vail) แรงบรรดาลใจของซามูเอลเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1825 เมื่อมีจดหมายด่วนถึงเขาว่าภรรยาของเขากำลังจะจากไป ซึ่งเขาเองก็ยังไม่ได้ร่ำลา ทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ชอบระบบสื่อสารในตอนนั้นเลย ทำให้เขาคิดค้นวิธีส่งข้อความผ่านโทรเลขขึ้น ในปี ค.ศ. 1838 ซามูเอลได้ทดลองส่งสัญญาณโดยโทรเลขได้สำเร็จโดยกำหนดเครื่องหมาย Dots (.) และ Dashes (-) นำมาแทนความหมายของตัวอักษรต่างๆ ในช่วงแรกของการพัฒนารหัสมอร์สนั้นพบปัญหาว่ารหัสเดิมไม่เพียงพอในการส่งข้อความที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ จึงมีการปรับปรุงรหัสมอร์สขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1851 เรียกเป็น Continental Morse Code ทำให้รหัสมอร์สสามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆของแต่ละประเทศได้

รหัสมอร์สตัวอักษรภาษาอังกฤษ

รหัสมอร์สตัวอักษรภาษาไทย

วิธีการส่งรหัสมอร์ส

     ในการส่งรหัสมอร์สจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งนั้น จะถูกส่งผ่านโทรเลขโดยใช้สัญญาณไฟฟ้า ในขั้นตอนการส่งจะใช้เครื่องส่งรหัสมอร์ส ซึ่งปลายทางจะมีการแปลงสัญญาณรหัสมอร์สโดยใช้แม่เหล็กไฟฟ้าสั่นปากกาที่อยู่บนเครื่องรับรหัสมอร์ส เขียนโค้ดออกมาบนแผ่นกระดาษที่ติดอยู่กับตัวเครื่องรับรหัสมอร์ส หลังจากนั้นคนอ่านรหัสมอร์สจะนำแผ่นกระดาษที่ได้ไปอ่านละและแปลความหมาย ในช่วงนั้นมีคนอ่านรหัสมอร์สหลายคนที่สามารถฟังและแปลตัวอักษรได้เลย ดังนั้นเครื่องรับบางเครื่องอาจจะไม่มีปากกาแต่จะส่งเสียงเพื่อให้คนอ่านรหัสมอร์สแปลความได้ 
     ในปี ค.ศ. 1843 ซามูเอลได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเพื่อจัดตั้งระบบโทรเลขโดยทดลองส่งจากบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ไปยังกรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. ได้สำเร็จและข้อความแรกที่ส่งไปคือ "What hath God wrought" จึงถือเป็นจุดกำเนิดของระบบโทรเลขที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ในปี ค.ศ. 1861 บริษัทเวสเทิร์น ยูเนี่ยน ได้วางสายโทรเลขข้ามทวีปเป็นครั้งแรก ทำให้ระบบโทรเลขถูกกระจายไปทั่วโลกซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารอย่างมาก จากการส่งจดหมายเป็นสัปดาห์เป็นโทรเลขเหลือเพียงไม่กี่นาที

เครื่องส่งรหัสมอร์ส

เครื่องรับรหัสมอร์ส

แผ่นกระดาษที่ได้จากเครื่องรับรหัสมอร์ส


ตัวอย่างของเสียงรหัสมอร์สในอักษรภาษาอังกฤษ A-Z 


ตัวอย่างของเสียงรหัสมอร์สกรณีขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS)



Reference:
- https://www.britannica.com/topic/Morse-Code
- https://www.youtube.com/watch?v=ORIDAmGf_yQ
- https://www.youtube.com/watch?v=bNoOYeS0gs0&t=54s
- https://morsedecoder.com/
- https://www.history.com/topics/inventions/telegraph

ป้ายกำกับ

แสดงเพิ่มเติม

บทความยอดนิยม

Automation testing หรือ การทดสอบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อการทดสอบซอฟต์แวร์

Software Development Life Cycle (SDLC) คืออะไร ทำไมจำเป็นต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์

วิธีเก็บ วิเคราะห์ รวบรวม requirement อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

Performance Test คือ อะไร วัดประสิทธิภาพของระบบ ล่มไม่ล่ม จะรู้ได้อย่างไร

ม.ปลายอยากเข้าสายคอม วิทยาการคอม วิศวกรรมคอม เตรียมตัวอย่างไร ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง

ถอดรหัสความลับเครื่อง Enigma จุดเริ่มต้นและจุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2

วิเคราะห์เทรน แนวโน้มของเทคโนโลยีด้วย Gartner Hype Cycle

Data Privacy คืออะไร ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นสำคัญขนาดไหน

Formal verification การหาข้อผิดพลาด การทดสอบ การทวนสอบ ขั้นสูง

Fibonacci ความลับของตัวเลขทางคณิตศาสตร์สู่เครื่องมือวิเคราะห์หุ้น